ถ้าบ่อตกปลาส่วนใหญ่เน้นความดุดันและการล่าเหยื่อ Palm Tree Lagoon เลือกเดินในทิศทางที่ต่างออกไป — บรรยากาศสวนกึ่งธรรมชาติที่ทำให้การตกปลาเป็นประสบการณ์สงบสุขและสวยงาม ขณะเดียวกันก็ยังมีปลาที่ให้ความท้าทายได้ในแบบของตัวเอง
ที่ตั้งและบรรยากาศ
Palm Tree Lagoon ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ล้อมรอบด้วยต้นปาล์ม ต้นไม้เขตร้อน และพืชพรรณที่ดูแลอย่างประณีต ทำให้บรรยากาศแตกต่างจากบ่อทั่วไปที่มักเปิดโล่ง แสงแดดกรองผ่านใบปาล์มสร้างแสงเงาสวยงาม น้ำในบ่อใสสะอาด สามารถมองเห็นปลาว่ายน้ำได้บ้างในบางจุด
ซุ้มพักร่มเงาตามริมบ่อออกแบบมาให้สะดวกสบาย มีม้านั่งและโต๊ะ เหมาะสำหรับการนั่งตกปลาทั้งครึ่งวันหรือเต็มวันโดยไม่รู้สึกเหนื่อย
Palm Tree Lagoon เป็นบ่อที่เหมาะสำหรับครอบครัวเป็นพิเศษ เนื่องจากบรรยากาศสวนทำให้ผู้ที่ไม่ได้ตกปลาก็ยังรู้สึกผ่อนคลายได้
ประวัติและชื่อเสียง
บ่อนี้สร้างชื่อเสียงในแวดวงนักตกปลาสายผ่อนคลาย กลุ่มที่มองว่าการตกปลาไม่จำเป็นต้องเครียดหรือแข่งขัน แต่คือการใช้เวลาคุณภาพกับธรรมชาติ ปลาปาคูซึ่งเป็น "ดาวเด่น" ของบ่อนั้นหายากในบ่อตกปลาทั่วไปในไทย ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายที่นักตกปลาอยากมาสักครั้งเพื่อประสบการณ์ใหม่
ชื่อเสียงอีกส่วนหนึ่งมาจากปลาพีค็อกแบส ซึ่งเป็นปลาที่มีสีสันสวยงามและต่อสู้เกินขนาดตัว ทำให้เหมาะสำหรับนักตกปลาสาย light tackle ที่ต้องการความสนุกโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์หนัก
ปลาที่ปล่อยในบ่อ
ปลาปาคู (Pacu)
ญาติห่าง ๆ ของปิรันย่าจากอเมซอน แต่ปาคูกินพืชและผลไม้ ไม่ใช่เนื้อ ปลาชนิดนี้มีขนาด 2–10 กิโลกรัม ลำตัวกลม แบนข้าง เงินวาว เมื่อติดเบ็ดจะดึงแรงและวนเป็นวงกว้าง ยากต่อการดึงขึ้น การตกปลาปาคูต้องใช้เหยื่อพิเศษอย่างลูกกล้วย ข้าวโพดต้ม หรือถั่วลิสง ซึ่งทำให้เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากการตกปลาทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
"ตอนปาคูกินเหยื่อจะได้ยินเสียง 'ตุ้บ' ดัง ๆ เหมือนหินตกน้ำ แล้วสายก็ตึงแบบที่ไม่คาดฝัน — มันสนุกมากสำหรับปลาที่กินกล้วย"
ปลาสวาย (Iridescent Shark / Siamese Shark Catfish)
ปลาดุกสายพันธุ์ไทยแท้ที่หลายคนรู้จักในชื่อ "ปลาสวาย" ขนาดในบ่อตั้งแต่ 1–8 กิโลกรัม ปลาชนิดนี้ต่อสู้หนักและมักวิ่งยาวเมื่อติดเบ็ด เหมาะสำหรับการฝึกทักษะการต่อสู้กับปลาในแบบ drag ที่ดี
ปลาพีค็อกแบส (Peacock Bass)
ปลาชิคลิดจากอเมซอนที่มีสีสันสวยงามที่สุดในบ่อ ลวดลายสีทอง เขียว และส้มบนลำตัวทำให้ปลาชนิดนี้ดูงดงามทั้งขณะว่ายน้ำและขณะถ่ายรูปก่อนปล่อยลง พีค็อกแบสกระโดดสูงเมื่อติดเบ็ดและต้านทานแรงได้เกินขนาดตัว ทำให้เหมาะสำหรับ light tackle อย่าง spinning rod เบา
ปลาชะโด (Giant Snakehead)
เพิ่มเติมสำหรับนักตกปลาที่ต้องการความตื่นเต้นสูง ปลาชะโดในบ่อตอบสนองดีต่อท็อปวอเตอร์เช้าตรู่
ราคาและค่าใช้จ่าย
ราคาค่าตกปลาอยู่ในช่วง 700–1,800 บาทต่อคนต่อวัน โดยแบ่งตามบ่อและชนิดปลา บ่อปาคูมักมีราคาสูงกว่าเนื่องจากปลานำเข้าหายากกว่า
เหยื่อสำหรับปลาปาคูมักขายในบ่อ ราคาชุดละ 50–150 บาท สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่ได้เตรียมมาเอง ค่าเช่าอุปกรณ์มีให้บริการแต่อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
อุปกรณ์แนะนำ
สำหรับปลาปาคู:
- คัน Medium Action ยาว 6'–7' สปินนิ่งหรือเบตคาสติ้ง
- รอก Medium ขนาด 3000–4000
- สาย Mono หรือ Fluorocarbon 12–20 lb
- เบ็ดขนาด 4–8 ไม่ต้องมีปลายแหลมมากเพราะปลากินเหยื่อแบบดูด
สำหรับปลาพีค็อกแบส:
- คัน Light ถึง Medium-Light ยาว 6'–6'6"
- รอก Spinning 2000–2500
- สาย PE #0.8–1.5 พร้อม Leader Fluorocarbon 10–15 lb
- เหยื่อปลอม: Small Popper, Jerkbait, Crankbait ขนาด 40–70 มม.
สำหรับปลาสวาย:
- คัน Medium-Heavy สปินนิ่ง
- สาย Mono 20–30 lb
- เหยื่อก้นบ่อ: ลูกชิ้น ปลาตาย เหยื่อหมัก
ถ้ามาตกปลาปาคูครั้งแรก ลองนำกล้วยน้ำว้าหรือข้าวโพดต้มมาเอง ปลาปาคูชอบเหยื่อที่มีกลิ่นหอมและนุ่ม บีบให้เป็นก้อนแล้วร้อยเบ็ดให้แน่นก่อนโยน
ฤดูกาลและช่วงเวลาที่ดีที่สุด
Palm Tree Lagoon เปิดให้บริการตลอดปี บ่อในร่มและต้นไม้ร่มเงาช่วยลดผลกระทบของอากาศร้อนในช่วงฤดูร้อน
ช่วงที่ดีที่สุด: ตุลาคม–มีนาคม อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการตกปลาทั้งวัน
ฤดูร้อน (มีนาคม–พฤษภาคม): ยังตกได้ดี แต่แนะนำให้เลือกช่วงเช้าตรู่และเย็น หลีกเลี่ยงตอนกลางวันที่แดดแรง
ฤดูฝน (มิถุนายน–กันยายน): ปลามักกินเหยื่อดีขึ้นเมื่อฝนตก น้ำเย็นลงเล็กน้อยกระตุ้นความอยากอาหารของปลา
ช่วงเวลาที่แนะนำในแต่ละวัน: 6:30–10:00 น. สำหรับปลาชะโดและพีค็อกแบส และ 15:00–18:30 น. สำหรับปลาปาคูที่มักกระตือรือร้นยิ่งขึ้นในช่วงบ่าย
ที่พักและอาหาร
บ่อนี้ตั้งในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีที่พักเฉพาะทาง นักตกปลาส่วนใหญ่ขับมาเช้าเย็นกลับ มีร้านอาหารและสะดวกซื้อในบริเวณใกล้เคียง บ่อเองมีร้านอาหารและเครื่องดื่มพื้นฐานในพื้นที่
การเดินทาง
เข้าถึงได้สะดวกจากกรุงเทพฯ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับจุดต้นทาง ใช้ GPS ค้นหาชื่อบ่อโดยตรง หรือติดต่อบ่อเพื่อขอเส้นทางที่ชัดเจน บ่อบางแห่งในปริมณฑลตั้งอยู่ในซอยแยกที่ต้องรู้เส้นทาง
สรุป: เหมาะกับใคร?
Palm Tree Lagoon เหมาะสำหรับ:
- ครอบครัว ที่ต้องการกิจกรรมกลางแจ้งที่สนุกทุกเพศทุกวัย
- นักตกปลามือใหม่ ที่เพิ่งเริ่มต้นและต้องการบ่อที่ไม่ซับซ้อน
- นักตกปลา light tackle ที่ชอบพีค็อกแบสและความสวยงามของปลา
- ผู้ที่ต้องการประสบการณ์ใหม่ อย่างการตกปลาปาคูด้วยกล้วยและถั่ว
- คนที่อยากพักผ่อนในบรรยากาศสวน โดยไม่ต้องออกไปไกลจากเมือง
ถ้าคุณต้องการบ่อที่สงบ สวยงาม และยังได้ตกปลาดี ๆ Palm Tree Lagoon ตอบโจทย์ได้อย่างสมบูรณ์
บทความที่เกี่ยวข้อง: