ThaiAngler
คุณกำลังดูเวอร์ชันภาษาไทย — English version

Parks & Lakes

Boon Mar Ponds ฉะเชิงเทรา: บ่อตกปลาเหยื่อปลอม-ฟลายฝีมือสูง

Boon Mar Ponds คือบ่อตกปลากะพงและปลาชะโดด้วยเหยื่อปลอมและฟลายที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคกลาง ระบบ catch-and-release เข้มงวด น้ำใสและปลาสุขภาพดีตลอดปี

ThaiAngler · 27 April 2026 · 2 min read

บ่อตกปลาในบรรยากาศสงบร่มรื่น

Unsplash

ในแวดวงนักตกปลาเหยื่อปลอมของภาคกลาง Boon Mar Ponds คือชื่อที่ได้ยินบ่อยครั้งในบทสนทนาเรื่องบ่อคุณภาพสูง บ่อแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตฉะเชิงเทรา ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงชั่วโมงเดียว แต่บรรยากาศกลับเงียบสงบราวกับอยู่ต่างจังหวัดจริง ๆ ด้วยนโยบาย catch-and-release เข้มงวด และกติกาใช้เหยื่อปลอมเท่านั้น บ่อนี้จึงดึงดูดกลุ่มนักตกปลาที่ต้องการ "ความท้าทายจริง" มากกว่าแค่ยกปลาขึ้นมาถ่ายรูป

ที่ตั้งและบรรยากาศ

Boon Mar Ponds ตั้งอยู่ในพื้นที่สีเขียวของจังหวัดฉะเชิงเทรา รายล้อมด้วยสวนและทุ่งนาที่ยังคงร่องรอยความเป็นชนบทภาคกลาง บ่อน้ำขนาดกลางหลายบ่อถูกจัดแบ่งตามชนิดปลา ทำให้นักตกปลาเลือกได้ว่าจะมุ่งเป้าหมายที่ ปลากะพงขาว หรือ ปลาชะโด ริมบ่อมีแพไม้และซุ้มพักร่มเงา เหมาะสำหรับนั่งเฝ้าคันตลอดครึ่งวันหรือเต็มวัน

น้ำในบ่อถูกจัดการอย่างใส่ใจ มีการหมุนเวียนออกซิเจนและตรวจสอบคุณภาพน้ำสม่ำเสมอ ทำให้ปลามีสุขภาพแข็งแรง กระตือรือร้น และ "กิน" เหยื่อปลอมอย่างมีชีวิตชีวาตลอดทั้งปี

Boon Mar Ponds ใช้ระบบ catch-and-release 100% ห้ามนำปลากลับบ้าน นโยบายนี้ช่วยรักษาคุณภาพสต็อกปลาให้คงสม่ำเสมอตลอดทั้งปี

ประวัติและชื่อเสียง

บ่อแห่งนี้เริ่มเป็นที่รู้จักในชุมชนนักตกปลาเหยื่อปลอมช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากการบอกต่อของนักตกปลาที่หลงใหลในสไตล์การตกแบบ "sport fishing" ที่เน้นทักษะมากกว่าปริมาณ ชื่อเสียงของบ่อสร้างขึ้นจากสองสิ่ง ได้แก่ ปลากะพงขาวขนาดกำลังดีที่โจมตีเหยื่อปลอมอย่างโหดเหี้ยม และ ปลาชะโด ที่มีสัญชาตญาณนักล่าฝังแน่น ทำให้การตกแต่ละครั้งระทึกใจตั้งแต่โยนเหยื่อจนถึงช้อนขึ้น

ปลาที่ปล่อยในบ่อ

ปลากะพงขาว (Barramundi)

ปลาชนิดนี้คือ "ดาวเด่น" ของบ่อ ขนาดโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1–4 กิโลกรัม แต่มีปลาใหญ่กว่า 6 กิโลกรัมให้ลุ้น ปลากะพงขาวในบ่อตอบสนองดีต่อเหยื่อที่เคลื่อนไหวดุดัน เช่น Crankbait หรือ Jerkbait ที่เล่นในความลึก 0.5–1.5 เมตร

ปลาชะโด (Giant Snakehead)

ปลาชะโดในบ่อนี้ขึ้นชื่อเรื่องความดุและความว่องไว นักตกปลาส่วนใหญ่เน้นเล่น Popper, Frog Lure และ Pencil บนผิวน้ำในช่วงเช้าตรู่และเย็น เมื่อแสงแดดอ่อนและปลาขึ้นหากินใกล้ผิว การตอบของปลาชะโดมักรุนแรงและรวดเร็ว ทำให้หัวใจเต้นแรงทุกครั้ง

ปลากะพงลาย

มีปล่อยในบางบ่อ ขนาดเล็กกว่าแต่ดุไม่แพ้กัน เหมาะสำหรับการฝึกทักษะการเล่นเหยื่อปลอมขนาดเล็ก

"ปลาชะโดที่นี่กินท็อปวอเตอร์หนักมาก ถ้าชอบการตกแบบที่เห็นด้วยตาและได้ยินด้วยหู นี่คือบ่อที่ใช่"

ราคาและค่าใช้จ่าย

ค่าตกปลาอยู่ในช่วง 800–1,500 บาทต่อคนต่อวัน ขึ้นอยู่กับบ่อที่เลือกและระยะเวลา บ่อปลาชะโดมักมีราคาสูงกว่าบ่อปลากะพง บ่อบางแห่งอาจมีค่าธรรมเนียมเสริมสำหรับช่วงวันหยุดหรือฤดูกาลพีค

อุปกรณ์พื้นฐานอาจให้เช่าได้ แต่นักตกปลาส่วนใหญ่นิยมนำอุปกรณ์มาเอง เนื่องจากบ่อประเภทนี้ต้องอาศัยเหยื่อปลอมที่คุ้นเคยและอุปกรณ์ที่ถนัดมือ

อุปกรณ์แนะนำ

สำหรับปลาชะโด:

  • คันสปินนิ่ง Medium-Heavy หรือ Heavy Action ยาว 6'6"–7'
  • สาย PE #2–3 หรือ Fluorocarbon Leader 30–40 lb
  • เหยื่อท็อปวอเตอร์: Popper, Frog, Pencil ขนาด 60–90 มม.
  • ควรใช้ Wire Leader เพื่อป้องกันฟันคม

สำหรับปลากะพงขาว:

  • คันสปินนิ่ง Medium Action ยาว 6'–7'
  • สาย PE #1.5–2 พร้อม Fluorocarbon Leader 20–30 lb
  • Jerkbait, Crankbait หรือ Soft Plastic Shad ขนาด 50–100 มม.

สำหรับนักตกปลาฟลาย:

  • คันฟลาย 8–9 เบอร์
  • สาย Sinking หรือ Intermediate Line
  • ลายฟลาย Clouser Minnow, Deceiver หรือ Crab Pattern

ฤดูกาลและช่วงเวลาที่ดีที่สุด

บ่อเปิดตลอดปี แต่ฤดูกาลที่ดีที่สุดแตกต่างกันตามชนิดปลา

ปลาชะโด: สนุกที่สุดในช่วง ตุลาคม–กุมภาพันธ์ อากาศเย็นทำให้ปลาตื่นตัวและกินเหยื่อบนผิวน้ำสม่ำเสมอ

ปลากะพงขาว: ดีตลอดปี แต่ช่วง มีนาคม–พฤษภาคม น้ำนิ่งและอุณหภูมิเหมาะ ปลามักรวมกลุ่มใกล้พื้นบ่อและตอบสนองดีต่อ Jerkbait

ช่วงเวลาที่แนะนำคือ เช้าตรู่ 6:00–9:00 น. และ บ่ายแก่ 15:00–18:00 น. หลีกเลี่ยงตอนกลางวันแดดร้อนเพราะปลามักหยุดกินเหยื่อ

ถ้าต้องการจับปลาชะโดด้วยท็อปวอเตอร์ ให้มาถึงก่อน 7 โมงเช้า แสงแดดยังอ่อน น้ำนิ่ง คือช่วงที่ได้ผลดีที่สุด

ที่พักและอาหารรอบบ่อ

ฉะเชิงเทรามีที่พักระดับปานกลางถึงดีหลายแห่ง ทั้งโรงแรมในเมืองและรีสอร์ทริมแม่น้ำบางปะกง บางนักตกปลานิยมขับมาเช้า-เย็นกลับเนื่องจากระยะทางไม่ไกล

บริเวณใกล้เคียงมีร้านอาหารไทยพื้นบ้านหลายร้าน อาหารเช้าและกาแฟสดหาได้ไม่ยาก ร้านค้าสะดวกซื้อมีตลอดเส้นทาง

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทาง ถนนบางนา-ตราด หรือ มอเตอร์เวย์ 7 ออกจากกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ระยะทางประมาณ 45–75 นาที ขึ้นอยู่กับจุดต้นทางและสภาพจราจร

แนะนำให้ใช้ Google Maps โดยค้นหาชื่อบ่อโดยตรง หรือติดต่อบ่อล่วงหน้าเพื่อขอเส้นทางที่ชัดเจน เนื่องจากบ่อบางแห่งอยู่ในซอยเล็กที่ GPS อาจพาหลง

สรุป: เหมาะกับใคร?

Boon Mar Ponds เหมาะที่สุดสำหรับ:

  • นักตกปลาเหยื่อปลอมที่ต้องการความท้าทาย ไม่ใช่แค่ยกปลาขึ้นมาถ่ายรูป
  • นักตกปลาฟลาย ที่ต้องการฝึกฝีมือบนปลาที่มีสัญชาตญาณนักล่าแท้จริง
  • ผู้ที่เชื่อเรื่องการอนุรักษ์ และต้องการสนับสนุนบ่อที่ดูแลปลาอย่างจริงจัง
  • นักตกปลาจากกรุงเทพฯ ที่ต้องการหนีเมืองในวันหยุดแบบ half-day หรือ full-day

ถ้าคุณเบื่อบ่อที่ปล่อยปลาแน่นและใช้เหยื่อสดได้ บ่อนี้คือคำตอบ — มาที่นี่แล้วคุณจะได้รู้สึกว่า "ตกปลา" มีความหมายมากกว่าแค่ยกปลาขึ้น


บทความที่เกี่ยวข้อง:

FAQ

Frequently asked questions

Boon Mar Ponds อนุญาตให้ใช้เหยื่อสดหรือไม่?

ไม่อนุญาต บ่อนี้กำหนดให้ใช้เหยื่อปลอมและฟลายเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อรักษาคุณภาพน้ำและสุขภาพปลาในระยะยาว

นักตกปลามือใหม่เล่นเหยื่อปลอมได้ไหม?

ได้ แต่ควรมีพื้นฐานการแกว่งเหยื่อปลอมมาบ้าง บ่อมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำในเบื้องต้น แต่ไม่มีโปรแกรมสอนอย่างเป็นทางการ

ควรใช้เหยื่อปลอมประเภทใดที่นี่?

สำหรับปลาชะโดนิยม Popper และ Frog Lure ตอนเช้าตรู่ ส่วนปลากะพงตอบสนองดีต่อ Jerkbait และ Soft Plastic

บ่อเปิดกี่โมง?

โดยทั่วไปเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ถึงเย็น ควรโทรยืนยันเวลาล่วงหน้าเนื่องจากช่วงวันหยุดอาจเต็ม

ราคาค่าตกปลาต่อวันเป็นเท่าไร?

อยู่ในช่วง 800–1,500 บาท ขึ้นอยู่กับบ่อที่เลือกและช่วงเวลา ควรสอบถามราคาปัจจุบันก่อนไป

เดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เวลานานแค่ไหน?

ประมาณ 45–75 นาที ขึ้นอยู่กับเส้นทางและสภาพจราจร ใช้ถนนบางนา-ตราด หรือมอเตอร์เวย์ 7 ได้สะดวก

ปลาชะโดที่นี่ขนาดเฉลี่ยเท่าไร?

ปลาชะโดทั่วไปอยู่ที่ 2–5 กิโลกรัม แต่มีรายงานปลาขนาด 8 กิโลกรัมขึ้นไปให้จับได้ไม่บ่อยนัก

Read next