พัทยาไม่ใช่จุดหมายตกปลาทะเลระดับโลก ไม่มีใครบินมาไทยจากยุโรปหรืออเมริกาเพื่อมาตกปลาที่พัทยาโดยเฉพาะ แต่สำหรับนักตกปลาในกรุงเทพฯ ที่ต้องการออกเรือทะเลจริงในช่วงสุดสัปดาห์โดยไม่ต้องบินไปภูเก็ต พัทยาคือทางเลือกที่ตรงไปตรงมาและราคาสมเหตุสมผล
พัทยาในฐานะตลาดเรือเช่าตกปลา
ท่าเรือบาลีไฮ (Bali Hai Pier) ทางใต้ของพัทยาเป็นจุดออกหลักสำหรับเรือตกปลาส่วนใหญ่ ที่นี่มีทั้งเรือประมงพื้นบ้านดัดแปลงและ Centre Console สมัยใหม่ คุณภาพแตกต่างกันมาก ผู้ประกอบการบางรายมีอุปกรณ์ทันสมัยและลูกเรือมีประสบการณ์ บางรายเป็นเรือท้องถิ่นที่ไม่มีอุปกรณ์ตกปลาที่ดีพอ การสอบถามล่วงหน้าและอ่านรีวิวก่อนจองจึงสำคัญมาก
จุดแข็งของพัทยา
ข้อได้เปรียบหลักของพัทยาคือความสะดวกสำหรับคนกรุงเทพฯ ขับรถ 2 ชั่วโมงได้อยู่บนเรือกลางทะเลอ่าวไทย ราคาต่ำกว่าภูเก็ตอย่างมีนัยสำคัญ และสามารถกลับถึงกรุงเทพฯ ได้ในคืนเดียวกัน
ปลาในอ่าวไทยแถวพัทยา
อ่าวไทยนอกชายฝั่งพัทยาเป็นน้ำตื้นถึงปานกลาง ความลึกส่วนใหญ่ไม่เกิน 30–40 เมตร สภาพแบบนี้เหมาะกับปลาที่อาศัยตามแนวปะการังและกองหินใต้น้ำ ไม่ใช่ปลาทะเลลึก
บาราคูด้า เป็นปลาที่พบชุกที่สุดและให้ความสนุกกับสายเบ็ดเบา โดยเฉพาะถ้าตีด้วยเหยื่อตีผิวน้ำ ปลาสินสมุทร (Spanish Mackerel) ตามฝูงปลาเล็กและกินเหยื่อลาก เนื้อดีและเอาไปกินได้ ปลาขี้ตัง (Queenfish) กระโดดและต่อสู้ดีเกินขนาด เป็นปลาที่นักตก Ultralight ชอบมาก ปลาเก๋า และ ปลากะพงแดง พบตามกองหินและซากเรือ ตกก้นทะเลด้วยเหยื่อปลาหมึกสดหรือกุ้ง ปลาจาระเม็ดดำ บางฤดูชุกมากและให้ความสนุกที่น่าแปลกใจ
ประเภททริปและราคา
ทริปครึ่งวัน (Half Day) 4–5 ชั่วโมง ราคาเรือ Private เริ่มต้นที่ประมาณ 4,000–6,000 บาท เหมาะสำหรับนักตก 2–4 คนที่ต้องการออกเรือแต่ไม่มีเวลาทั้งวัน ทริปเต็มวัน (Full Day) 8–10 ชั่วโมง ราคาเรือ Private เริ่มต้นที่ 8,000–15,000 บาท ให้เวลาออกไปยังจุดที่ไกลกว่าและกลับปลาได้มากกว่า บางผู้ประกอบการมีทริป Shared ราคาถูกกว่าสำหรับปลาทู ปลาสินสมุทร โดยรวมกันไม่เกิน 4 คนต่อเรือ
จุดอ่อนที่ต้องรู้
จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของตลาดเรือเช่าพัทยาคือความไม่สม่ำเสมอ ผู้ประกอบการที่ดีมีน้อยกว่าที่ควร ให้สอบถามรายละเอียดและดูภาพเรือจริงก่อนทุกครั้ง ระวังผู้ประกอบการที่ไม่สามารถตอบคำถามตรงๆ เกี่ยวกับเรือและอุปกรณ์ได้
สิ่งที่ผู้ประกอบการดีต้องมี
เรือ Private Charter ที่ดีในพัทยาต้องมีอุปกรณ์ตกปลาที่เหมาะสม ไม่ใช่คันไม้ไผ่ผูกด้าย มีเหยื่อเพียงพอทั้งเหยื่อสดและเหยื่อตี ลูกเรือที่รู้พื้นที่จริงและพาออกไปยังจุดปลา ไม่ใช่แค่แล่นเรือวนในน้ำเปิด และมีชูชีพและอุปกรณ์ความปลอดภัยครบถ้วน ผู้ประกอบการดีก็จะถามว่าคุณเคยตกปลาทะเลมาก่อนหรือเปล่าและชอบตกแบบไหน
เทคนิคและสไตล์การตกที่เหมาะกับพัทยา
ลักษณะน้ำในอ่าวไทยแถวพัทยาเป็นน้ำตื้นถึงปานกลาง กระแสน้ำไม่แรงมาก และสภาพอากาศค่อนข้างสงบตลอดปีทำให้เทคนิคการตกที่เหมาะสมแตกต่างจากน้ำลึกอย่างอันดามัน
การ ลากเหยื่อช้า (Slow Trolling) ด้วยเหยื่อปลาเป็นหรือปลาตายสำหรับปลาสินสมุทรและบาราคูด้า เป็นเทคนิคที่เรือส่วนใหญ่ใช้เป็นหลัก ไม่ต้องการทักษะการตีที่ซับซ้อน เหมาะสำหรับมือใหม่และนักตกที่ต้องการผ่อนคลาย การ ตกก้นทะเล (Bottom Fishing) ด้วยเหยื่อกุ้งสดหรือหมึกสดสำหรับปลาเก๋า ปลากะพงแดง และปลาแสม อุปกรณ์ง่าย ผลลัพธ์ค่อนข้างสม่ำเสมอ และปลาที่ได้มักนำกลับไปทำอาหารได้ สำหรับนักตกที่ต้องการความสนุกมากขึ้น Ultralight Spinning ด้วยคัน PE0.4–1 และเหยื่อ Metal Jig ขนาดเล็กหรือ Soft Plastic ให้ความสนุกสูงสุดกับปลาขี้ตังและบาราคูด้า แต่ต้องการทักษะมากกว่าและอุปกรณ์ที่เฉพาะทาง
ปลาที่นำกลับบ้านได้
ต่างจากบ่อตกปลาน้ำจืดส่วนใหญ่ที่เน้น Catch and Release การตกปลาทะเลพัทยาส่วนใหญ่อนุญาตให้นำปลากลับ ปลาทู ปลาสินสมุทร และปลากะพงแดงเป็นปลาที่เนื้อดีและนำไปปรุงอาหารได้อร่อย ถ้าวางแผนนำปลากลับควรเตรียมถังน้ำแข็งมาด้วยหรือถามผู้ประกอบการว่ามีให้ไหม
ฤดูกาลที่ดีที่สุด
อ่าวไทยนอกพัทยาไม่มีมรสุมรุนแรงเท่าอันดามัน แต่ยังมีฤดูกาลอยู่บ้าง ฤดูดี (มกราคม–มิถุนายน) น้ำสงบ ทัศนวิสัยดี ปลาว่องไว ฤดูฝน (กรกฎาคม–ตุลาคม) อาจมีฝนและคลื่นลมบ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังออกเรือได้ยกเว้นวันที่อากาศเลวร้ายมาก พฤศจิกายน–ธันวาคม น้ำเริ่มเย็นและปลาบางชนิดชุกขึ้น โดยเฉพาะปลาสินสมุทรและบาราคูด้า นอกจากนี้ช่วงต้นปี มกราคม–มีนาคม เป็นช่วงที่น้ำใสและปลาค่อนข้างชุก เหมาะสำหรับทริปตกปลาที่ต้องการทัศนวิสัยดีเพื่อถ่ายภาพใต้น้ำหรือดูปะการังระหว่างตกด้วย