เกาะเต่าเป็นที่รู้จักในฐานะสวรรค์ดำน้ำ PADI สำหรับนักดำน้ำหน้าใหม่ แต่น้ำรอบเกาะยังมีปลาอยู่จริงสำหรับนักตกที่รู้จักหามัน วงการตกปลาที่นี่เล็กและเงียบกว่าที่อื่น แต่สำหรับนักเดินทางที่ต้องการผสมผสานการดำน้ำกับการตกปลา หรือนักตก Light Tackle ที่อยากได้ประสบการณ์ในน้ำใสสวยงาม เกาะเต่ามีสิ่งที่หาไม่ได้ที่อื่น
วงการตกปลาเกาะเต่า
ผู้ประกอบการเรือตกปลาในเกาะเต่ามีสองประเภทหลัก ประเภทแรกคือบริษัทตกปลาโดยเฉพาะ มีจำนวนไม่มาก ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ตั้งรกรากบนเกาะและรักทั้งดำน้ำและตกปลา ประเภทที่สองคือผู้ประกอบการดำน้ำที่รับงานตกปลาเป็นรายได้เสริม ระดับคุณภาพต่างกันมาก ให้ตรวจสอบก่อนเสมอว่าผู้ประกอบการมีประสบการณ์ตกปลาจริงหรือแค่รับงานทุกอย่าง
ตรวจสอบก่อนจอง
ถามผู้ประกอบการว่าออกทริปตกปลาโดยเฉพาะกี่ทริปต่อเดือน ถ้าคำตอบคือ "ไม่บ่อย" หรือ "ตามที่ลูกค้าขอ" แสดงว่าไม่ใช่ผู้ประกอบการตกปลาจริงๆ ให้มองหารายที่ออกทริปตกปลาเป็นประจำ
ปลาในน่านน้ำเกาะเต่า
ปลาขี้ตัง (Queenfish) เป็นปลาที่พบบ่อยที่สุดและให้ความสนุกเกินขนาดตัว กระโดดและวิ่งเร็ว ตีด้วย Metal Jig หรือ Soft Plastic ผิวน้ำให้ผลดี บาราคูด้า เฝ้าอยู่ตามขอบน้ำและให้การตีที่รุนแรงและน่าตื่นเต้น Trevally หลายชนิด ตั้งแต่ขนาดกลาง Bigeye Trevally จนถึง GT ที่พบเป็นครั้งคราวรอบกองหินทางเหนือของเกาะ ปลาสินสมุทรและปลาทูน่า บางฤดูชุก โดยเฉพาะในน้ำเปิดระหว่างเกาะเต่าและเกาะสมุย ปลาเก๋า ตามแนวปะการังและกองหินใต้น้ำ เหมาะสำหรับจิ๊กกิ้งน้ำตื้นหรือตกก้นทะเล
ทริปยอดนิยมจากเกาะเต่า
ทริปจิ๊กกิ้งรุ่งสาง ออกเรือตี 5–6 ก่อนแสงอาทิตย์ขึ้น ตรงไปยังกองหินทางเหนือ จิ๊กกิ้งในช่วงที่ปลาล่าเหยื่อหนักที่สุด กลับเกาะช่วงเช้าตรู่ ทริปนี้ให้โอกาสเจอ GT และ Trevally ขนาดใหญ่มากที่สุด
ทริปครึ่งวัน Light Tackle ออกเรือเช้าหรือบ่าย 4–5 ชั่วโมง ตามแนวปะการังรอบเกาะและเกาะเล็กใกล้เคียง ราคาเริ่มต้นต่ำกว่าและเหมาะสำหรับมือใหม่หรือคนที่ต้องการตกปลาแต่ไม่อยากเสียเวลาทั้งวัน
ทริปผสมดำน้ำ-ตกปลา ผู้ประกอบการบางรายรวมการดำน้ำตอนเช้าและตกปลาตอนบ่ายในทริปเดียว เหมาะสำหรับคู่หรือกลุ่มที่มีความสนใจต่างกัน
ทริปเต็มวันออฟชอร์ ออกไปน้ำลึกระหว่างเกาะเต่าและแผ่นดินใหญ่ ราคาสูงกว่าแต่ให้โอกาสเจอปลาขนาดใหญ่กว่าอย่างมีนัยสำคัญ
อุปกรณ์ที่ควรนำมาเอง
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในเกาะเต่ามีอุปกรณ์สปินนิ่งพื้นฐานให้ ถ้าเป็นคนเน้นเรื่องอุปกรณ์ ให้นำคัน Light ถึง Medium (PE1–PE3) และ Metal Jig กับ Surface Lure ที่ชอบมาเอง เหยื่อตีน้ำดีๆ หาได้ยากบนเกาะ
ฤดูกาลและสภาพอากาศ
มีนาคม–ตุลาคม น้ำค่อนข้างสงบและเหมาะสำหรับการออกเรือ พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือทำให้ทะเลเริ่มมีคลื่น ผู้ประกอบการบางรายหยุดหรือลดทริปช่วงนี้ ปลายตุลาคม–ธันวาคมอาจเป็นช่วงคลื่นลมแรงที่สุดรอบเกาะเต่า ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนจองเสมอและฟังคำแนะนำของผู้ประกอบการท้องถิ่น
เปรียบเทียบเกาะเต่ากับเกาะสมุยในฐานะฐานตกปลา
สำหรับนักตกที่กำลังเลือกระหว่างสองเกาะนี้ สมุยให้ผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์มากกว่า เรือขนาดใหญ่กว่า และเข้าถึงน้ำลึกออฟชอร์ได้ดีกว่า เกาะเต่าชนะในด้านความสวยงามของน้ำ ราคาที่ต่ำกว่า และโอกาสผสมผสานดำน้ำกับตกปลาในวันเดียวที่หาไม่ได้ที่สมุย สำหรับนักตกที่มาเกาะเต่าเป็นครั้งแรกและไม่แน่ใจเรื่องผู้ประกอบการ ให้ถามที่โฮสเทลหรือร้านดำน้ำที่พักว่าแนะนำใคร บ่อยครั้งที่ข้อมูล Word of Mouth บนเกาะเล็กๆ อย่างเกาะเต่ามีความน่าเชื่อถือสูงกว่ารีวิวออนไลน์ที่อาจล้าสมัย
เกาะเต่าสำหรับนักตก Ultralight
ถ้าคุณเป็นนักตก Ultralight ที่ชอบสายบางคันเบาและ Metal Jig ขนาดเล็ก เกาะเต่าคือสวรรค์ น้ำใสมองเห็นปลาเข้ามาตีเหยื่อ คลื่นน้อย และปลาขี้ตังที่กระโดดและวิ่งเร็วให้ความสนุกที่เทียบไม่ได้กับน้ำขุ่น
การเดินทางมาเกาะเต่า
จากกรุงเทพฯ มีหลายเส้นทาง บินไปสุราษฎร์ธานีแล้วต่อรถบัสและเรือเฟอร์รี่ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 6–8 ชั่วโมง บินไปสมุยแล้วต่อเรือสปีดโบทใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมงจากสมุย รวมเป็นวิธีที่เร็วที่สุดแต่แพงกว่า ที่พักบนเกาะมีตั้งแต่โฮสเทลและบังกะโลริมหาดไปจนถึง Boutique Hotel ขนาดเล็กในอ่าวเงาและหาดสาลี สำหรับนักตกที่วางแผนตกปลาเช้าตรู่ การพักใกล้ท่าเรือแม่หาดช่วยให้เตรียมตัวได้สะดวกกว่า